วิธีการเล่น ป๊อกเด้ง อย่างมืออาชีพด้วยสูตรจั่วไพ่ป๊อกเด้งที่ควรรู้

เกมพนันออนไลน์มีหลากหลายเกมให้ได้เลือกกันผ่านเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่าง sagaminglive.com โดยเกมพนันที่กำลังได้รับความนิยมและมีนักพนันเลือกลงทุนเพราะความที่สามารถเล่นได้ง่ายดายของตัวเกมก็คือ ป๊อกเด้ง นั่นเอง ซึ่งการเล่น เทคนิค ไพ่ป๊อก ไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่มกันเพื่อเล่นหรือเดินทางไปยังคาสิโนต่าง ๆ เพื่อทำการลงทุนอย่างเช่นในอดีตอีกแล้ว เพราะอะไรน่ะหรือ..

นั่นเพราะจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้ผู้เล่นสามารถเล่นผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนเวลาใดก็สามารถเล่นได้เสมอ และหากต้องการสร้างกำไรจากการเล่น ป๊อกเด้ง ให้ได้เป็นเงินจำนวนมาก ผู้เล่นสามารถทำการศึกษาหา เทคนิค ไพ่ป๊อก มาปรับใช้กับการเล่นได้ โดย เทคนิค ไพ่ป๊อก ที่ทำความเข้าใจได้ง่ายและเป็น เทคนิค ไพ่ป๊อก ขั้นพื้นฐานก็คือ การจั่วไพ่ ป๊อกเด้ง แต่ก่อนจะเรียนรู้เทคนิคการเล่นก็ควรเข้ากฎกติกาการเล่นกันเสียกัน โดยเฉพาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่วงการเกมพนันออนไลน์เป็นครั้งแรก และเลือกให้ ป๊อกเด้ง เป็นเกมพนันออนไลน์เกมแรกที่เลือกลงทุน

กฎกติกาการเล่น ป๊อกเด้ง แบบคร่าว ๆ ผู้เล่นมือใหม่สามารถเข้าใจได้ง่าย

สำหรับการเล่น ป๊อกเด้ง นั้นมีวิธีการเล่นที่ง่ายมาก โดยในการเล่นแต่ละครั้ง ผู้เล่นจะได้รับไพ่จำนวนทั้งสิ้น 2 ใบ เพื่อนำมาลุ้นกันต่อว่าไพ่ในมือของผู้เล่นมีแต้มที่ดีกว่าไพ่ในมือของเจ้ามือหรือไม่ หากดีกว่าก็จะได้รับเงินตอบแทนไปนั่นเอง ซึ่งอาจมีบางกรณีที่ผู้เล่นอาจจะต้องทำการจั่วเพื่อนำไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือ

เงื่อนไขที่ทำให้ผู้เล่นควรพิจารณาว่าควรจั่วไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือหรือไม่

  1. ถ้าไพ่ในมือของผู้เล่นทั้ง 2 ใบมีแต้มเมื่อรวมกันแล้วได้ไม่เกิน 3 แต้ม ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นหรือเจ้ามือจะ จำเป็น ต้องทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือไป
  2. หากผู้เล่นได้รับไพ่ 2 ใบที่มีแต้มรวมได้เป็น 8 หรือ 9 ผู้เล่นหรือเจ้ามือ ไม่จำเป็น ต้องจั่วไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือ
  3. ถ้าหากแต้มรวมของไพ่ทั้ง 2 ใบเท่ากับ 4 ถึง 7 แต้ม ผู้เล่นจะได้รับสิทธิ์ในการจั่วไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือ แต่ก็สามารถเลือกได้เช่นกันว่าจะจั่วหรือไม่จั่ว

ซึ่งผู้เล่นจะต้องเข้าใจวิธีการนับแต้มไพ่ก่อนว่าสามารถนับได้อย่างไร โดยไพ่แต่ละใบจะมีแต้มดังนี้

  • ไพ่ A มีค่าเท่ากับ 1 แต้ม
  • ไพ่ที่มีหมายเลข 2-10 มีค่าเท่ากับหมายเลขที่กำกับอยู่บนไพ่
  • ไพ่ตัวอักษร J, Q และ K มีค่าเท่ากับ 10

การเรียงไพ่ที่ทำให้ผู้เล่นมีโอกาสชนะการเดิมพัน ป๊อกเด้ง

โดยผู้เล่นจำเป็นต้องรู้ว่าการจับคู่หรือการเรียงไพ่แบบใดเป็นการเรียงไพ่ที่สามารถทำให้ผู้เล่นชนะการเดิมพันได้ ซึ่งการเรียงไพ่ที่เป็นที่รู้จักกันในหมู่ผู้เล่น ป๊อกเด้ง มีดังนี้

1. เด้ง คือ การที่ผู้เล่นมีไพ่เป็นไพ่ที่มีเลขเดียวกัน หรือคนละเลขแต่มีดอกไพ่เดียวกันทั้ง 2 ใบ โดยจะเรียกการมีไพ่ลักษณะนี้ที่เป็น 2 ใบว่า ไพ่ 2 เด้ง หากมี 3 ใบก็จะเรียกว่าไพ่ 3 เด้ง ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่นมีไพ่ดอกจิกเลข 9 กับไพ่ดอกจิกอักษร K ก็หมายความว่าผู้เล่นได้ไพ่ 2 เด้งอยู่ในมือ เนื่องจากเป็นไพ่ที่มีดอกเดียวกัน

2. เรียง คือ การที่ผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบที่มีแต้มเรียงกัน ตัวอย่างเช่น ผู้เล่นได้รับไพ่ 2 ใบแรกเป็นไพ่ที่มีหมายเลข 2 และ 3 หากต้องการชนะด้วยไพ่เรียงจะต้องทำการจั่วไพ่ใบที่ 3 ให้เป็นไพ่หมายเลข 4 เท่านั้น

3. ตอง คือ การที่ผู้เล่นมีไพ่ 3 ใบที่มีแต้มหรือดอกเดียวกันหมดทั้ง 3 ใบ

4. เซียน คือ การที่ผู้เล่นได้รับไพ่ที่มีอักษร J, Q และ K คละกันในมือ อาจจะมีไพ่อักษรซ้ำกันได้ แต่ต้องเป็นไพ่ที่มีอักษรเท่านั้นจึงจะเรียกว่าไพ่เซียน

5. สเตรทฟรัช คือ การที่ผู้เล่นได้รับไพ่ 3 ใบซึ่งมีลักษณะเป็นไพ่เด้งและไพ่เรียงรวมกัน เช่น การได้ไพ่หัวใจเหมือนกันหมดทั้ง 3 ใบ ซึ่งแต่ละใบมีแต้มเป็น J, Q และ K ตามลำดับ ซึ่งจะถือว่าเป็นสเตรทฟรัชทันที โดยการได้ไพ่สเตรทฟรัชนับเป็นไพ่สูงสุดในเกม ป๊อกเด้ง แล้ว

จากลักษณะการเรียงไพ่ทั้ง 5 แบบที่กล่าวไปข้างต้น มีลำดับการชนะเป็น ป๊อก 9 (2 เด้ง) >> ป๊อก 8 (2 เด้ง) >> ตอง >> สเตรทฟรัช >> เรียง >> เซียน >> ไพ่ 3 หรือ 2 เด้งแบบธรรมดา ตามลำดับ

สูตรการจั่วไพ่ ป๊อกเด้ง รู้ก่อนจั่วว่าควรหรือไม่ควรอย่างไร

สำหรับผู้เล่นที่ต้องการใช้ เทคนิค ไพ่ป๊อก เพื่อเพิ่มโอกาสในการชนะการเดิมพันให้สูงขึ้น การเริ่มต้นจากการใช้สูตรการจั่วไพ่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นสูตรที่สามารถนำไปปรับใช้ได้จริง โดยการจั่วไพ่แต่ละครั้งผู้เล่นจะต้องทำการพิจารณาเกมก่อนว่ากำลังเป็นไปในทิศทางใด ซึ่งหากยังคงไม่แน่ใจว่าควรทำการจั่วหรือไม่ ผู้เล่นสามารถศึกษาสูตรการจั่วได้ดังต่อไปนี้

การจั่ว ป๊อกเด้ง ในกรณีของผู้เล่น

  • หากผู้เล่นมีไพ่ในมือรวมกันได้เพียง 4 แต้ม ไม่ว่าจะเป็นไพ่เด้งหรือไม่ ผู้เล่นควร จั่ว ไพ่ใบที่ 3 ขึ้นมือ
  • หากผู้เล่นมีไพ่ในมือรวมกันได้เพียง 5 แต้ม และไม่ใช่ไพ่เด้ง ผู้เล่นควร จั่ว แต่อาจจะต้องพิจารณาเพิ่มเติมเมื่อไพ่ในมือเป็นไพ่เด้ง เนื่องจากอาจลุ้นได้ว่าไพ่ที่จั่วขึ้นมาใบที่ 3 อาจทำให้ไพ่ในมือกลายเป็นไพ่เรียงหรือไพ่สเตรทฟรัชได้นั่นเอง ซึ่งถ้าหากเป็นไพ่เด้งแต่ไม่ได้ต้องการที่จะรวมไพ่ให้เป็นไพ่เรียงหรือสเตรทฟรัชก็ ไม่ควรจั่ว
  • หากผู้เล่นมีไพ่ในมือแต้มรวมกันแล้วอยู่ที่ 6-7 แต้ม ผู้เล่น ไม่ควรจั่ว ไพ่ เพราะแต้มไพ่ที่ผู้เล่นถืออยู่สามารถเอาชนะเจ้ามือได้แล้ว

จั่ว ป๊อกเด้ง ในกรณีของเจ้ามือ

  • หากเจ้ามือมีไพ่ที่มีแต้ม 4-5 แต้มและเป็นไพ่เด้ง ไม่จำเป็นต้องจั่ว และสามารถเลือกวัดแต้มกับผู้เล่นที่มีไพ่ 3 ใบก่อนได้
  • หากเจ้ามือมีไพ่ที่มีแต้ม 4-5 แต้มแต่ไม่ได้เป็นไพ่เด้ง เจ้ามือควร จั่ว ทันที
  • หากเจ้ามือมีไพ่ที่มีแต้ม 6 แต้มและเป็นไพ่เด้ง เจ้ามือ ไม่ควรจั่ว แม้จะมีโอกาสได้ไพ่เรียงหลังจากการจั่วก็ตาม
  • หากเจ้ามือมีไพ่ที่มีแต้ม 7 แต้ม ไม่ควรจั่ว

จากการพิจารณาสถานการณ์ของเกม ป๊อกเด้ง ด้วยการตรวจดูแต้มของไพ่ร่วมกับการเลือกจังหวะที่ดีว่าควรจั่วไพ่ใบที่ 3 เพิ่มดีหรือไม่ จะทำให้ผู้เล่นมีโอกาสในการชนะการเดิมพันที่สูงมากขึ้น โดยสูตรการจั่วที่ได้นำเสนอไปเป็นเพียงสูตรระดับพื้นฐานที่ผู้เล่นทั่วไปควรทำการศึกษาไว้ เพื่อใช้เป็น เทคนิค ไพ่ป๊อก ในการเล่น ป๊อกเด้ง ให้เกิดความชำนาญมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

แม้จะเป็นสูตรการจั่วไพ่แบบธรรมดา แต่ก็เป็นสูตรที่ผู้เล่น ป๊อกเด้ง หลายคนใช้จนกลายเป็นเซียนเกมพร้อมทั้งสร้างกำไรจากการชนะการเล่นได้มากมาย ดังนั้นจึงเป็นการดีที่ผู้เล่นไม่ว่าจะระดับขั้นต้นหรือระดับที่มีประสบการณ์การเล่นมานับครั้งไม่ถ้วน ก็ควรจะทำการศึกษา เทคนิค ไพ่ป๊อก ง่าย ๆ นี้ไว้ เพื่อทำการนำไปปรับใช้กับการเล่นดูได้ โดยต้องยอมรับว่าการเล่น ป๊อกเด้ง เป็นเกมพนันที่เล่นได้ง่าย แต่ต้องใช้ทั้งทักษะการสังเกตและไหวพริบในการวิเคราะห์สถานการณ์ให้เป็น ว่าควรจะทำการจั่วไพ่เพิ่มหรือไม่ ซึ่งการตัดสินใจเพียงแค่การจั่วหรือไม่จั่วนี้ สามารถตัดสินผลการแพ้ชนะของการเล่นเกม ป๊อกเด้ง ได้อย่างง่ายดาย ผู้เล่นควรเล่นอย่างมีสติ ต้องคอยสังเกตอยู่เสมอว่าตนเองกำลังอยู่ในสถานการณ์ใด หากเห็นโอกาสที่จะชนะก็ควรรีบคว้า แต่ไม่ควรใจร้อนรีบเล่นจนเกินไป